เรารักในหลวง

posted on 05 Dec 2009 17:03 by foochanja

 

5 ธันวาคม วันพ่อเวียนมาบรรจบครบอีกครา

ปีนี้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่เช่นเคย และดูจะยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี

ราวกับจะบอกว่า เรารักในหลวงมากขึ้นทุกๆ วัน

 

วันนี้ฉันไปทำบุญใส่บาตรแต่เช้าค่ะ ในทุกครั้งจะมีการอธิษฐานขอให้พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

 

เอนทรีนี้ตัดตอนมาจาก forward mail ที่ฉันรู้สึกประทับใจมาก เลยนำมาลงเผื่อใครยังไม่เคยอ่าน

ชื่อ forward ว่า "โอ้ ทูลกระหม่อมแก้ว แล้วใครเล่าจะไม่รัก"

 

เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้

 

 

> ทรงพระราชสมภพเวลา08.45น.


 

> นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ6ปอนด์


> พระนาม'ภูมิพล'ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7
 

> พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช


> ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก


> ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ5พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้1ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า'H.H Bhummibol Mahidol'หมายเลขประจำตัว449

 

> ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือ สมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า'แม่'


> สมัยทรงพระเยาว์ แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม


> สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต


> สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า'บ๊อบบี้'


> ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม10ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ


> สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่า3ที มากเกินไป2ทีพอแล้ว


> ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก'การให้'โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า'กระป๋องคนจน'เอาไว้ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก'เก็บภาษี'หยอดใส่กระปุกนี้10%ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน


> ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า'ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน'


> ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่2ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง


> พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก'การเล่น'สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง


> หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม


> ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่3สิ่ง คือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ

 

> ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน


> เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรท่ามกลางสายฝน


> เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด

 

 

> ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก5ชั่วโมง (20กรกฎาคม2549)ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน


> ทรงฟัง จส.100และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที ่ จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง


> หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก

 

> ในหลวง เกิดจากคำที่ชาวเหนือใช้เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า'นายหลวง'ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น ในหลวง

 

> อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆทรงโปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่า'ทำราชการ'


> นั่งรถหารสอง : ทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง จึงให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด

 

 

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ตัดตอนมาเท่านั้น เพราะเมลจริงยาวกว่านี้มาก อ่านแล้วรู้สึกมีความสุขมากเลยค่ะ ขอขอบคุณคนที่จัดทำ forward นี้ขึ้นมาจริงๆ ^^

 

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

 

ปิดท้ายด้วยภาพประกอบทำนองเพลง ความฝันอันสูงสุด ค่ะ

 

 

 

เรารักในหลวง 

 

edit @ 5 Dec 2009 17:34:38 by ฟูจัง~*

Comment

Comment:

Tweet

เมื่อวานไปงานที่ราชดำเนินมาด้วยละพี่ฟู ชอบจังไฟสวยมาก การแสดงเฉลิมพระเกียรติก็ดีมากมาย ที่สำคัญคือตอนจุดเทียน

ในหลวงท่านทรงอยู่ในใจคนไทยเราทุกคนจริงๆ confused smile confused smile
แด่คนที่ห่วงใยเราที่สุด

ซึ้งจัง

#7 By เหมนันต์ on 2009-12-06 22:02

Hot! Hot! Hot! Hot!

อ่านแล้วน้ำตาจะร่วง big smile

ชอบภาพที่ 3 จังค่ะbig smile

LONG LIVE THE KING♥

#6 By Yoneo on 2009-12-06 15:02

Hot! Hot!

#5 By salemanbps on 2009-12-06 02:04

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
หนูรักพ่อหลวงค่ะ....

Hot! Hot! Hot!

#4 By Himura maya on 2009-12-05 21:07

ขอทรงพระเจริญHot! Hot! Hot! Hot!

#3 By Glinda The Good on 2009-12-05 19:33

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By fernfriend on 2009-12-05 17:54

เรื่องราวของพระองค์ทั้งน่ารักและน่าประทับใจ

ภาพพิงล้อรถนั้น คือภาพในดวงใจ

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

#1 By fernfriend on 2009-12-05 17:54