หยุดสักแป๊บบบบบนึง

posted on 05 Nov 2009 21:45 by foochanja

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ

 

เอนทรีนี้ฟูจังตั้งใจจะให้มันเรื่อยๆ แบบว่าให้มันนิ่งๆ นิดนึง

 

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเอง "เครียด" มากไปหรือเปล่า

 

เครียดในที่นี้ ก็ไม่ได้เครียดตลอดเวลา แบบว่าหน้าบึ้งตาขวาง ขนาดนั้นหรอก

 

แต่เหมือนกับว่า ส่วนมากมันจะมีเปอร์เซ็นต์เครียดมากกว่าหัวเราะเฮฮานี่สิ มีหลายครั้งที่ต้องเบรคตัวเอง เพราะว่าเหมือนดีกรีความเครียดและคิดมากมันชักจะสูงเกินไปแล้ว

 

อย่างที่บอกว่าช่วงนี้งานยุ่ง แบบว่ายุ่งหัวปั่น เหนื่อย งานมันก็เป็นงานที่โดนโปะถม เป็นงานที่น่าจะเป็นของคนอื่น แต่สุดท้ายมันก็โปะมาถมที่ฉัน สภาพแวดล้อมทำงานก็เต็มไปด้วยเสียงดัง เสียงดังที่ว่าไม่ใช่เสียงไซต์งานก่อสร้างอะไร แต่ว่ามาจากคนห้องเดียวกันที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน ฝ่ายที่งานน้อยกว่ามาก เลยมีความสุข ส่งเสียงแปดหลอดตลอดทุกวัน เราก็พูดไม่ได้มาก เพราะเด็กสุด แต่พอเกริ่นๆ เขาก็บอกว่าพวกเรา (ทั้งฝ่าย) เป็นพวกเก็บกด ไม่รู้จักผ่อนคลาย "เดี๋ยวสุดท้ายก็ลาออก" เฮ้อ...ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปมากเลย พี่ๆ ก็สรุปออกมาซะแล้ว จริงๆ ก็อยากลาออกจริงๆ นั่นแหละ แต่ที่ยังไม่อยากออกเพราะห่วงว่างานจะเป็นยังไงถ้าเราไม่ทำต่อ เพราะทุกวันนี้ก็เหมือนเราเป็นศูนย์กลางในโปรเจ็คนี้ยังไงไม่รู้

 

ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นความคิดที่ผิดนะ ขอบอกเลย ถ้าเราออกมาก็มีคนทำงานต่อ มันไม่ตายหรอก

 

ก็นั่นแหละ เรารู้ แต่ก็ยังทน บางทีไม่รู้จะทนไปทำไมเหมือนกัน ไม่มีใครจะแยแสเท่าไหร่เลย

 

บางทีเหมือนมีแค่เรากับฝ่ายเราที่เต้นเป็นบ้าอยู่ 2-3 คน

 

เมื่อเราบอกว่า ฝ่ายเราหาทุนต่างประเทศมาให้แล้ว ก็ต้องประสานให้ฝ่ายอื่นที่ทำงานในแนวของเงินทุนนั้นสานต่อ โดยเราจะเป็นคนประสานงานให้ แต่ฝ่ายอื่นก็พูดฉอดๆ ว่าฝ่ายเราก็ควรดำเนินงานให้เบื้องต้นก่อน

 

แล้วไงล่ะ ดำเนินงานไปมาเลยกลายเป็นงานฝ่ายเราไป  คนที่มีอำนาจก็พูดว่าจะแก้ไข แต่มันก็กลายเป็นคำพูดในห้องประชุม ไม่มีผลอะไรเลย

 

บางคนก็ขายฝันเวอร์ abstract สังคมไม่ใช่ยูโทเปียแบบนั้นนะ คนที่รู้หน้าที่ของตัวเองมันมีสัดส่วนไม่เท่ากับคนที่ไม่รู้หน้าที่ของตัวเองหรอก

 

หลังจากเมื่อวานเดินจัดการประชุมจนขาแทบเดี้ยง ที่รองส้นของส้นสูงหายไปข้างนึง กลับถึงบ้านสลบตั้งแต่สี่ทุ่ม พร้อมกับคำพูดของผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งว่า "พี่ว่าหนูสวยขึ้นนะ แต่หนูดูไม่ร่าเริงเหมือนก่อนเลย"

 

เลยคิดว่า เราคงจะ "เกินไป" แล้วล่ะ ในหลายๆ ความหมาย เลยขอ "หยุด" สักแป๊บนึง

 

สัก 2-3 นาทีแหละ เพราะพรุ่งนี้ยังมีงานรออยู่

 

แต่ตอนนี้ขอจินตนาการถึงสิ่งที่อยากทำหน่อย

ซึ่งมี...เยอะมาก

แต่ยังไม่ได้ทำสักอย่าง

 

ก็เลย..

 

 

 

รู้สึกผิดหวังเล็กๆ

 

 

 

 

 

ปล. เอนทรีนี้ไม่ได้เศร้าฟูมฟายนะจ๊ะ แค่อยากเขียนถึงเท่านั้นเองล่ะ :)

 

 

edit @ 5 Nov 2009 22:08:02 by ฟูจัง~*

Comment

Comment:

Tweet