พูดดีเป็นศรีแก่ตัว

posted on 25 Aug 2009 19:05 by foochanja

 

สวัสดีค่ะ

 

เฮ้อ อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะอัพเรื่องเซนต์เซย์ย่าหรือเรื่องอะไรบันเทิงใจให้หายเหนื่อยเสียหน่อย แต่วันนี้ขอแอบเครียดอีกสักวันแล้วกันนะ

 

เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง สดๆ วันนี้เอง และมีคติสอนใจด้วยนะ

 

วันนี้ เงินของหัวหน้าฉัน หาย ค่ะ

 

ใครที่เคยอ่านบลอคของฉันเอนทรีเก่าๆ คงเคยเจอว่าฉันบ่นเรื่องการขโมยขโจรทั่วไทยอยู่เนืองๆ ซึ่งการขโมยนี่มันมีทุกที่แหละนะคะ อันนี้ยอมรับ ที่สำคัญคือ เมื่อของหายไปแล้ว เราจะจัดการกับมันอย่างไรมากกว่า

 

เรื่องคดีเงินหายรายนี้เปิดเผยเมื่อเช้าวันนี้เอง

 

เรื่องมีอยู่ว่าหัวหน้าของฉันทำเรื่องคืนเงินของโครงการที่เพิ่งจัดไป ซึ่งที่ทำงานของฉันนี่ถ้าหากจะจัดโครงการก็จะให้ทำเรื่องไปเบิกเงิน และเมื่อโครงการเสร็จก็เอาเงินที่เหลือไปคืน

 

ทีนี้เมื่อวานนี้ฉันเห็นหัวหน้าทำเอกสารแล้ว ฉันกับเพื่อนร่วมงาน (ขอเรียกว่า จี) ยังแซวหัวหน้าเลยว่า "แหม เงินเยอะเชียวนะพี่" ซึ่งเงินนั้นก็ประมาณเกือบๆ 7 พันล่ะค่ะ

 

ทีนี้พอเรื่องเสร็จแล้ว แกก็ต้องรอพี่อีกคนมาเซ็นถึงจะเอาเอกสารไปส่งได้ แล้วพี่คนนั้นไม่มาสักที จนเลิกงาน ฉันกับจีก็กลับ หัวหน้าฉันออกมาอยู่ข้างนอกห้อง จนประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น หัวหน้าก็เก็บของกลับบ้าน

 

พอเช้ามาวันนี้ แกถึงนึกขึ้นได้ว่า แกลืมเงินไว้ที่ทำงาน!

 

ซึ่งเจ้าเอกสารนั้น แกเอาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเอาคลิปหนีบไว้พร้อมกับเงิน

 

ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อแกไปที่โต๊ะ เงินก็อันตรธานไปแล้ว เหลือเพียงเอกสาร และคลิป...ที่หลุดออกไปอยู่ข้างๆ

 

สันนิษฐานว่าตอนที่หาย ต้องเป็นหลังเลิกงาน เพราะแกอยู่ตรงนั้นตลอด จนแกออกมาข้างนอก ซึ่งก็คือหน้าห้องนั่นแหละ ฉันกับจีตอนกลับยังไปสวัสดีแกเลย (แกตีปิงปองอยู่) ดังนั้นในห้องก็ย่อมจะมีแค่คนทำงานคนอื่นๆ

 

แล้วยังงี้จะให้เข้าใจว่ายังไง?

 

พอเรื่องเกิด หัวหน้าฉันไปแจ้งความ ซึ่งก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว

 

ตกบ่าย ประธานของที่ทำงานฉันเรียกแผนกฉันเข้าพบทั้งแผนก ทั้งหมด 11 คน ซึ่งเขาก็พูดทำนองว่า ถ้างานนี้ไม่มีใครรับ ก็จะให้หักเงินเดือนเฉลี่ย

 

ปัญหามันเกิดตรงนี้

 

เพราะมีคนกลุ่มนึง (2-3 คน) โวยวาย ขึ้นเสียงขึ้นมา ว่า หัวหน้าของฉันประมาท เลินเล่อ ไร้ความรับผิดชอบ ไม่มีสมอง ลืมเงินไว้เอง ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน

อีกคนก็ว่า ทำไมต้องมารับผิดชอบสิ่งที่คนอื่นพลาดไปด้วย ไม่ยุติธรรม

 

ฉันซึ่งนั่งอยู่กับจี ได้แต่หันมามองกันว่า "นี่มันอะไรกันเนี่ย???"

แค่นั้นมันไม่จบสิคะ เขาว่า เขาหัวเสีย เสียงดัง ตลอดเวลา ประเด็นก็คือ "สิ่งที่คนประมาทลืมเอาไว้ ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน"

 

และพูดอะไรต่อมิอะไรอีกมาก จนฉันที่นั่งฟังอยู่ คิดขึ้นมาว่า "นี่เราทำงานห้องเดียวกันใช่ไหมเนี่ย ทำไมเขาพูดเหมือนกับเราไม่รู้จักกัน???"

 

ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ 

ฉันโกรธมาก โกรธมากจริงๆ โกรธจนรู้สึกว่าใจมันเต้นตุบๆ อยู่ในอก รู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนวาบๆ เลย

 

แต่ว่าฉันยังเป็นเด็ก จะไปโพล่งอะไรออกไปมันไม่ดี และอาจโดนหาว่าก้าวร้าวได้

เอาละ หลังจากที่แน่ใจว่ตัวเองจะไม่ปรี๊ดแตก ฉันเลยขออนุญาตพูด

 

"หนูคิดว่าเรื่องของความประมาทเลินเล่อนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ใครอยากให้เกิดหรอก จริงไหมคะ แต่มันไม่มีอะไรรับรองได้เลยว่าเราจะไม่ลืมของที่เราวางไว้ เราอาจจะไม่เคยลืมของเลย แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าคราวหน้าเราจะไม่ลืม ซึ่งเมื่อคราวนี้หัวหน้าหนูวางของทิ้งไว้จนของหายไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจแน่ แต่สิ่งที่หนูอยากให้นึกถึงสักนิด คือ หลายๆ คนอาจจะรู้สึกเดือดร้อนที่เงินหายคราวนี้ทำให้เราต้องแชร์เงินกัน แต่ว่าหนูอยากให้คิดในทางกลับกันสักหน่อย ลองคิดในทางของหนูหน้าหนูบ้าง ว่าแกทำเงินหาย แล้วตอนนี้กำลังโดนเพื่อนร่วมงานว่ากันแบบนี้ จะรู้สึกอย่างไรคะ ส่วนตัวของหนู หนูก็อยากให้มีการพิสูจน์ให้ชัดเจน เช่นการตรวจลายนิ้วมือ (อย่างที่ฝ่ายกฏหมายเสนอ) เพราะคนเราต้องใช้เวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงอยู่ที่ทำงาน หนูก็อยากทำงานอย่างมีความสุข ไม่ใช่ต้องมาคอยระแวงกัน เมื่อก่อนแผนกเราไม่ต้องมีกุญแจ แต่ตอนนี้ทุกคนต้องล็อคประตูเวลาออกไปไหน โต๊ะของตัวเองก็ต้องล็อคกุญแจตลอด หนูว่ามันหาความสุขและความสบายใจได้ยาก"

 และ

"สิ่งที่หนูอยากให้ความสำคัญคือ "ใจ" เพราะเงิน ถึงหายไปแล้วได้คืนมา มันก็ไม่เหมือน "ใจ" ที่มันเสียไปแล้ว ความรู้สึกที่เสียไปแล้ว ไม่มีทางเอากลับมาได้หรอกนะคะ หนูเชื่ออย่างนั้น"

 

ฮ่ะ! ยาวเนอะ ประมาณนี้แหละค่ะ

 

ฟังแล้วก็เงียบกันไป แล้วหัวหน้าฉันก็กลับมาจากแจ้งความ พอรู้ว่าทุกคนต้องแชร์เงินกัน แกก็บอกว่าไม่ต้อง "เรื่องนี้เป็นความผิดของผม ไม่ใช่ของคนอื่น ไม่ต้องแชร์เงินหรอก"

 

นี่คือข้อสรุปในที่ประชุมค่ะ

 

เสร็จแล้วฉันกับจีก็กลับไปที่ห้อง (หัวหน้ายังโดนเรียกพบต่อ) แล้วคนกลุ่มนั้นก็ขึ้นมาด้วย เพราะทำงานห้องเดียวกัน

 

พอขึ้นมา ก็เปิดฉากใส่เลย!

 

ขุดเรื่องที่เถียงกันในห้องขึ้นมาเอ็ดตะโรกันอีกรอบ โมโหเหมือนโดนชี้ตัวว่าเป็นคนขโมยไปยังไงยังงั้นเลยล่ะ

แล้วก็ว่าเรื่องเดิมๆ ว่าโตป่านนี้แล้วยังปล่อยให้เงินหาย โง่ ไม่มีสมอง

 

ฮะฮะฮะ ฟังแล้วก็อยากจะบอกว่า "จะเห็นแก่ตัวกันไปไหน!!!"

 

จะขุดเรื่องเดิมๆ ขึ้นมาพูดอีกกี่หนกัน บ่นเรื่องเงินหายไม่พอ ยังบ่นเรื่องที่ต้องตรวจลายนิ้วมือ ซึ่งฉันละอ่อนใจ อยากจะบอกว่า

 

ไอ้เรื่องแบบนี้มันง่ายจะตาย คำตอบแค่ "ทำ" กับ "ไม่ได้ทำ" เท่านั้นเอง!!

 

ในเมื่อคุณไม่ได้ทำ คุณจะบ่นอะไรนักหนาคะ??

คุณจะว่าคนที่ทำเงินหายให้จมดินตายไปเลยหรือคะ??

 

ทำไมคุณถึงทำเหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน

ไม่ได้ทำงานด้วยกันมาเป็นปีๆ แล้ว

 

จี เพื่อนฉันถึงกับบอกว่า คนล้มอย่าข้าม แต่คนในแผนกฉันนี่ ล้มแล้วจะโดนเหยียบซ้ำ

 

ฟังๆ ไป ก็รู้สึกว่ามีเสียงกระซิบลอยมา ว่า "ก็เขาเป็นหัวหน้า ลูกน้อง กัน ลูกน้องเขาก็ต้องพูดช่วยหัวหน้าเขาอยู่แล้ว" เออ! พูดถึงเรานี่หว่า พูดเหมือนกับว่าเราพูดกลับขาวเป็นดำ อะไรอย่างนั้นแหละ กลายเป็นว่าฉันโดนพ่วงเขม่นไปด้วยเลย

 ซึ่งสำหรับฉันก็ไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ ปกติก็ไม่ค่อยได้พูดกันอยู่แล้วอะนะ

 

 

ฉันคิดว่า สิ่งที่ถูกหรือไม่ถูก มันขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นมองมันอย่างไร ถ้าเขามองว่าถูก แต่คนอื่นมองว่าไม่ถูก เขาก็ยังคงเห็นว่าถูกอยู่นั่นเอง ดังนั้น สิ่งที่ฉันพูดไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูก แต่เป็น "สิ่งที่น่าจะเป็น"

 

คนเราทำงานด้วยกันมานาน น่าจะรู้จักประนีประนอมกันให้เป็น ไม่ใช่ "ประนีประณาม" คนอื่น ว่าเอาๆ เหมือนกับว่าจะพูดอะไรก็พูดได้

 

คุณต้องรับผิดชอบคำพูดของคุณด้วยว่ามันไปทำอะไรใครเขาบ้าง

 

 

เย็นนี้ตอนกลับบ้าน จี ซึ่งกลับทีหลังฉัน โทรมาบอกว่า คนคนหนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นมา ในขณะที่หัวหน้าของฉันยังอยู่ในห้อง ว่า

 

"ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องไร้สาระ"

 

เรื่องสำคัญขนาดนี้ เขายังเห็นเป็นเรื่องไร้สาระได้

 

ถ้านี่เป็นสังคมคนทำงาน ฉันก็ปลงอนิจจังค่ะ

 

แต่เรื่องนี้มีคติสอนใจว่า

 

เงินทองเป็นของแสลงใจ (ดังนั้นระวังอย่าให้มีข้อขัดแย้งเรื่องเงิน)

.

..

แต่

.

.

.

วาจาเป็นของทิ่มแทงใจ

(คงไม่ต้องชี้แจงแล้ว...เนอะ)

 

 

 

เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ แล.

 

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ

 

 

edit @ 25 Aug 2009 21:01:31 by ฟูจัง~*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ขออนุญาตให้ดาวก่อนค่ะ ก่อนอื่น ขอพูดเรื่องที่คิดก่อน คือคุณหัวหน้าของคุณฟูจังก็บอกแล้วนี่คะ ว่าตกลงไม่ต้องแชร์เงินกัน เพระเค้าผิดเอง จะออกเอง(หรือว่าตกลงว่าทางเบื้องบนจะให้แชร์กันคะ) แล้วตกลงว่าตอนที่เงินหายนี่มีคนอื่นอยู่ในห้องรึเปล่าละคะเนี่ย

เราคิดว่า การที่เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณจะมโวยวายไปเพื่ออะไรกัน สิ่งที่มันผ่านไปแล้ว จะมาพูดว่ายังงั้นยังงี้ มันได้อะไรขึ้นมา เงินมันจะกลับมาเหรอ ทำไมไม่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อที่ว่าคราวหน้าจะได้ไม่ประมาท ช่วยกันระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

การที่คนในแผนกเดียวกับคุณฟูจังพูดแบบนั้น มันจะได้อะไรขึ้นมากันล่ะ นอกจากทำให้คนอื่นเห็นว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัว แทนที่จะช่วยเหลือกัน กลับเอาแต่ด่าว่าคนที่ผิด เป็นคนที่ต้องทำงานด้วยกันไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ช่วยเหลือประคับประคองกันไป จะผ่านปัญหาต่างๆไปได้ยังไง
คนแบบนี้ เวลาเกิดอะไรขึ้นก็คงเอาแต่พูดว่าคนนั้นผิด คนนี้ผิด แต่เวลาตัวเองผิดก็คงจะโทษคนอื่นอยู่ดี ตัวเองไม่เคยผิด ตัวเองไม่เคยพลาด คนอื่นเค้าไม่ดีเอง

ได้แต่โทษคนอื่นแล้วก็ย่ำอยู่กับที่

ถ้าเค้าเป็นได้แค่นั้น อย่าไปยุ่งด้วยเลยค่ะ เดี๋ยวจะดึงให้เราต่ำลงไปด้วยเปล่าๆ

ยังไงก็สู้ๆนะคะ เราเองยังไม่ได้เริ่มทำงาน แต่ก็เจออะไรที่ไม่ค่อยดีหลายๆอย่างเลยช่วงนี้ ทำให้รู้สึกว่าถ้าออกไปทำงาน คงจะต้องปรับตัวรับกับความคิดของคนอื่นให้มากกว่านี้ล่ะค่ะ(ขอใช้คำกว้างๆละกัน เพราะสำหรับเราที่เห็นว่าไม่ดี คนอื่นอาจจะเห็นว่าดีก็ได้ นานาจิตตัง)

#1 By ทานุขนฟู on 2009-08-25 21:19

เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆค่ะ ยังไงก็ขอให้ได้เงินคืนนะคะ(ถึงโอกาศมันจะแค่หนึ่งในร้อยก็เถอะ)

คนบางคนก็เป็นแบบนี้ล่ะคะ จริงอยู่ว่าเค้าไม่ได้ทำแต่ถ้ามีเรื่องร้ายอะไรขึ้นมาจะผลักภาระให้พ้นตัวจนหมด เพราะ? เพราะเค้าถือว่าไม่ได้ทำไงคะ เค้าเลยคิดว่าทำไมฉันต้องมารับผิดชอบในเรื่องที่ฉันไม่ได้ก่อด้วย เป็นกลไกการป้องกันอย่างนึงของมนุษย์ค่ะ
ยิ่งสมัยนี้เป็นสังคมแบบตัวใครตัวมันซะเดียว คติมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านก็เริ่มน้อยลงทุกที ร่วมถึงคติคนล้มอย่าข้ามด้วย สมัยนี้ใครล้มขึ้นมาก็แทบจะจมดิน งานนี้เลยได้รู้ใจคนเต็มๆเลยทีเดียว

ยังไงก็ขอให้ใจร่มๆไว้ก่อนค่ะ เพราะยังต้องอยู่กับตรงนี้อีกยาวแต่ก็ต้องรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ให้ดีนะคะ บุญรักษาค่ะ

ปล.หายไปนานโผล่มาอย่างยาวเลย คิดถึงจังค่ะ คิดถึงจูนมั้ยเอ่ยquestion(คุณฟู:ใครอ่ะ?)

#2 By JunE on 2009-08-25 21:21

อ่านแล้วกลุ้มใจแทนฟูจังเลย
แต่อย่างน้อยๆ เราก็รู้สึกว่าสิ่งที่ฟูจังพูดมาน่ะก็ไม่ได้ผิดหรอกนะ
บางทีมันก็น่าเศร้า ที่คนเรามองกันที่ว่า "ฉันไม่ผิด" และ "นั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบของฉัน"
ทั้งที่ทำงานด้วยกัน อยู่ที่ทำงานเดียวกันแท้ๆ

เป็นกำลังใจให้ฟูจังนะ
อย่างน้อยๆ มาอ่านเอ็นทรี่นี้แล้วก็รู้สึกว่าฟูจังเจ๋งมากเลยนะ ที่สามารถคิดได้แบบนี้double wink
ไม่ว่าใครจะว่ายังไง ก็ขอให้เข้มแข็งไว้นะจ๊ะ

#3 By Asana Fay on 2009-08-25 21:25

ทานุซัง ++ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ >< สรุปแล้วหัวหน้าก็จะออกเองค่ะ สุดท้ายก็ไม่ต้องแชร์ ตอนที่เงินหาย สันนิษฐานว่าคนที่อยู่ในห้องก็แทบทั้งหมดค่ะ แต่ฟูจังกับจี (เพื่อน) ออกมาก่อน และตอนที่ออกเงินมันก็ยังอยู่นะ เรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีทีเดียวละค่ะ อย่างน้อยก็ได้รู้ปฏิกิริยาของคนที่ได้ชื่อว่าทำงานแผนกเดียวกัน (บางคน) นะคะ double wink

#4 By ฟูจัง~* on 2009-08-25 21:25

จูนจัง ++ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นจ้า แหมๆ จำได้สิ (55) ไม่พบกันนาน มาเจอะกันในเอนทรีเครียดเชียว ตอนนี้ก็พยายามทำใจร่มๆ จ้ะ ฮิฮิ ขอบคุณมากน้า

พี่อาซานะ ++ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ ด้วยละค่ะ แต่ก็ต้องลองดูสถานการณ์กันต่อไปนะคะ >< ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ ต้องเข็มแข็งให้มากกว่านี้!

#5 By ฟูจัง~* on 2009-08-25 21:29

เห็นด้วยกับความคิดและการกระทำของคุณฟูครับ..

#6 By wesong on 2009-08-25 21:58

ถึง คุณฟูจัง

อยากจะแสดงความคิดเห็นนะครับ เอาเป็นว่าขอมาลงชื่อว่าอ่านแล้วก็แล้วกันนะครับ ไว้มีโอกาสค่อยหาโอกาสสนทนากันอีกทีก็แล้วกันนะครับ

#7 By Old Mustang on 2009-08-26 00:06

เรื่องนี้เป็นความผิดของผม ไม่ใช่ของคนอื่น ไม่ต้องแชร์เงินหรอก"

ยกย่องหัวหน้าตัดสินใจถูกแล้วครับ ถ้าผมทำงานแล้วเงินหาย ผมก้ต้องชดใช้เหมือนกัน ถ้าไม่ไหวก็คงต้องค่อยๆทยอยให้หักเงินเดือนอะมั้ง

ระวังนะครับ เรื่องเงินมันแรงนะ อย่าไปว่าคนอื่น เงินใครๆก็ต้องการทั้งนั้น แต่ละคนใช้จ่ายไม่เหมือนกันนะ


แต่เป้นบทเรียนราคาแพงครับครั้งนี้ จำไว้ว่าของพวกนี้ พลาดไม่ได้ จริงๆนะครับ บางคนผมเห้นมือถือราคาเป้นหมื่นๆ ชอบวางข้างตัวเวลานั่งกินข้าว ไม่เก้บให้ดีๆแล้วลืม นี้ เห้นหลายคนแล้ว ยิ่งเรื่องส่วนรวมด้วยต้องยิ่งชีพจริงๆครับ

#8 By salemanbps on 2009-08-26 00:45

เรื่องแบบนี้มีให้เห็นตั้งแต่อยู่อนุบาลยันทำงานจนแก่ตายเลยมั้ง- -" เจอประจำเลย

เคยคุยกับเพื่อนว่าคนหลายคนพอมีเรื่องอะไรซักอย่าง
..มันต้องได้โทษใครไว้ก่อน ต้องมีคนมารับผิดชอบแทนไว้ก่อนโดยไม่ค่อยจะมองเหตุผลเท่าไหร่
และน่าแปลกตรงที่คนที่ออกมาโวยวายฟาดงวงฟาดงาจะเป็นคนที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร(โวยวายให้พ้นตัวว่างั้นเถอะ..และพอเรื่องจบก็ยังโวยต่อ)
แปลกแต่จริง
sad smile

ส่วนเรื่องเงินนี่ต้องระวังให้มากเพราะหายง่ายราวกับมีขาเดินไปเองsad smile
ถ้าจับตัวคนร้ายได้ก็ดีสิ

แม่เราสอนว่าทำงานกับคนหมู่มาก เจอเรื่องต่างๆมากมาย..จงทำตัวเป็นกำแพงซะ สิ่งที่ไม่ดีมันก็เหมือนลูกเทนนิสที่ขว้างมาใส่กำแพงแล้วมันก็เด้งหาคนขว้างน่ะแหละ อย่างน้อยตอนนี้ก็พอรู้ว่าใครนิสัยเป็นยังไง
อดทนและใช้สติในการทำงานเน้อ

#9 By zaionic on 2009-08-26 09:26

มา Comment บ้างๆๆ!!! เท่าที่อ่าน ฟังแล้วมันน่าโกรธยิ่งนัก... ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่า "ทามใจซะเถอะ นี่แหละสังคมการทำงาน" ผลประโยชน์ส่วนตนมาก่องเสมอ ไม่สนว่าใครจะคิด จะรู้สึกยังไง ตราบใดที่ "ฉัน" เปงผู้เสียผลประโยชน์ เรื่องมันไม่จบง่ายๆแน่...

อ่านๆแล้ว สงสารหัวหน้าจัง เค้าเองก็รับผิดแล้ว จะจ่ายเองแล้ว แล้วจะบ่นกานทามไม แต่ก็นะ.. คนเรามานห้ามกานไม่ได้ เพราะเค้าอาจจาคิดว่า นี่ถ้าเค้าไม่พูด ก็ต้องแชร์เงินด้วยใช่ไหม? เพราะงั้นเค้าจึงพูดไม่หยุด และด้วยว่า มีคนเห็นด้วย สนับสนุน ก็เลยยาวเลยว่างั้น ข้อแนะนำกรณีนี้.. ปล่อยเค้าไป เดี๋ยวเรื่องมานก็ผ่านไป ซักวันนึง มานก็จะมีเรื่องอื่นมาแทนที่ เหมือนข่าวประจำวันที่ดังเปงช่วงๆนั่นแหละ แต่เอาจิงๆ คิดอีกแง่.. นี่หล่ะ ข้อดีของการที่ตังค์มันหายไป.. เราได้รู้ได้เหงเลย ว่า คนแต่ละคนมันเปงยางไง? คิดอะไรกานอยู่? และเมื่อรู้แบบนี้แล้ว เราจะได้ปรับตัว รู้ตัวอยู่เสมอว่า คนไหนเปงยังไง ควรจะทำตัวแบบไหน.. เพราะงั้นเงิน 7 พัน ถือซะว่า จ่ายเงินไปเพื่อได้รู้ถึงจิตใจของแต่ละคนและกันจ้า...

ส่วนเรื่องคนร้ายนั้น!! เราว่า ควรจะบอกให้หัวหน้าหานะ อย่างที่บอกอะ ทามงานวันนึง 8 ชม. จาให้มานั่งระแวงกันก็คงไม่ดี อีกอย่าง มานเปงความถูกต้องที่ควรจะกระทำอะ..

ส่วนเรื่องที่เค้าว่าฟูจังว่า "ก็เขาเป็นหัวหน้า ลูกน้อง กัน ลูกน้องเขาก็ต้องพูดช่วยหัวหน้าเขาอยู่แล้ว" ฟูจัง มะต้องไปสนจายนะ แบบนี้แหละสังคม ย่อมมีคนรัก คนเกลียดเราเปงเรื่องธรรมดา อย่างน้อยเราบริสุทธิ์ใจในสิ่งที่เราทำอยู่ ก็ดีแล้ว เหมือนอย่างที่เราคิดเสมอว่า "จะทำอะไร ทำไปแล้วมีความสุขเปงพอ" ถ้าคิดได้แบบนี้ เราก็สบายใจของเราหล่ะ อย่างน้อย..

Ps. จิงอยู่ว่า เรื่องเงินมันเปงเรื่องใหญ่ เพราะโลกนี้อะไรๆก็ต้องใช้เงิน แล้วก็จิงอยู่อีกว่า ภาระหน้าที่ของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน แต่อยากให้ฟูจัง ระลึกไว้เสมอว่า... "เงินซื้อใจคนไม่ได้ ถึงได้ก็ไม่เต็ม 100.." ถึงจะจำเป็นที่จะใช้แค่ไหนก็ตาม มนุษย์ก็ยังเปงสัตว์สังคม อยู่คนเดียวไม่ได้ ถึงมีเงินเปง ร้อยล้าน พันล้าน แต่ต้องอยู่คนเดียว ก็ครงไม่มีใครเอา... (ช่ายมิ?)

#10 By ^KooK^ (203.146.245.162) on 2009-08-26 17:05

อันดับแรกต้องขอบอกว่าชื่นชมน้องสาวที่มีคุณธรรมและกล้า make a stand (คุณธรรมนั้นหลายคนก็มีกัน แต่ไม่กล้าแสดงออกอย่างหนู สังคมเราจึงวุ่นวายอย่างนี้) ขอให้เป็นเช่นนี้ตลอดไป

คนที่โวยวายโหวกเหวกนั้น มันแสดงให้เห็นว่าจิตใจของเขาเป็นอย่างไร ตอนนี้ฟูจังและทุกคนก็ได้รู้แล้ว ต่อไปก็จะได้ปฏิบัติตัวกับเขาได้ถูก ในฐานะที่เห็นมนุษย์มาเกือบ 40 ปี ขอบอกตรงนี้เลยว่า คนที่มีมิจฉาทิฎฐิเป็นเจ้าเรือนขนาดแสดงออกมาชัดๆ ไม่มีการระงับ ยับยั้งชั่งใจแบบนี้ จัดว่ามี personality flaw ที่ร้ายแรง และพนันกันกี่บาทก็ได้ว่าเขาจะไม่ flawed แค่เรื่องเดียว ดังนั้น เห็นตัวตนของเขาแล้วก็ให้ระลึกไว้ว่าคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่เราต้องระวัง
ส่วนการแสดงออกแบบโอเว่อร์รีแอคท์สุดๆ นั้น ไม่อยากบอกว่ามันเหมือนกินปูนร้อนท้องยังไงก็ไม่รู้จ้ะ ยิ่งโวยวายที่ต้องตรวจลายนิ้วมือด้วยแล้วพี่ว่า... "The lady doth protest too much, methinks." อย่างที่เชคสเปียร์ว่าไว้อ่ะจ้ะ - คอยดูต่อไปนะว่าสังหรณ์ของพี่จะแม่นหรือเปล่า

เรื่องทุกเรื่องมันก็สอนเรานะฟูจัง live and learn จ้ะ

#11 By RogerWilco on 2009-09-14 00:08