ตำนานรักริบบิ้นเหลือง

posted on 25 Jan 2009 12:18 by foochanja

 

 

ตุลาคม 1971

 

ชายผู้หนึ่งเพิ่งพ้นโทษด้วยคดีเกี่ยวกับเช็คและกำลังเดินทางกลับบ้าน บนรถบัสระหว่างทางกลับไปไมอามี่นั้น เขาได้พบเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และเล่าให้เด็กหนุ่มผู้นั้นฟังว่า ตนเองเพิ่งพ้นโทษจำคุก 3 ปี และกำลังกลับบ้าน

แต่เวลา 3 ปีช่างนานนัก เขาไม่รู้ว่าหญิงคนรักจะยังปักใจกับเขาหรือไม่ จึงได้เขียนจดหมายไปหาหล่อนก่อนที่จะออกจากคุกว่า หากเธอที่รักยังคงรักเขาเช่นดังเดิม ขอให้นำริบบิ้นสีเหลืองมาผูกไว้ที่ต้นโอ๊คริมทางที่เขาจะเห็นได้จากบนรถบัส

หากว่าไม่มีริบบิ้นผูกที่ต้นโอ๊คแล้ว เขาจะนั่งรถผ่านไป ไม่หวนกลับมาหาเธออีก

จนกระทั่งรถขับผ่านบริเวณต้นโอ๊คดังกล่าว ชายผู้นั้นก็บอกคนขับว่าช่วยดูทางแทนเขาหน่อย เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าจะไม่เห็นริบบิ้นใดๆ

แต่ตอนนั้น ผู้โดยสารทั้งคันรถก็โห่ร้องด้วยความดีใจ

 

เพราะที่ริมทางนั้น มีริบบิ้นสีเหลืองเป็นร้อยเส้นผูกไว้รอบต้นโอ๊คมากมาย

 

 

คนขับรถอดซาบซึ้งใจด้วยไม่ได้ จึงนำเรื่องนี้ไปกระจายเสียงในวิทยุท้องถิ่น จนกระทั่งมีการไปเขียนลงในหนังสือพิมพ์ New York Post ชื่อเรื่องว่า "กลับบ้าน" (Going Home) จากนั้นในปี 1973 นักแต่งเพลง เออร์วิน เลไวน์ กับ รัสเซลล์ บราวน์ ได้เขียนเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่งจากเรื่องราวน่าประทับใจนี้ เพลงนั้นคือ

 

Tie A Yellow Ribbon Round The Old Oak Tree

I'm coming home I've done my time
(ฉันกำลังกลับบ้านแล้ว ฉันได้ชดใช้สิ่งที่ทำลงไปแล้ว)


Now I’ve got to know what is or isn't mine
( ตอนนี้ฉันอยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งใดที่ยังเป็นของของฉัน สิ่งใดไม่ใช่แล้ว )


If you received my letter
Telling you I'd soon be free
( หากเธอได้รับจดหมายจากฉัน แจ้งว่าอีกไม่นานฉันจะเป็นอิสระแล้ว)


Then you'd know just what to do
( เธอคงรู้ ว่าควรทำอย่างไร)


If you still want me
If you still want me
( หากเธอยังต้องการฉันคนนี้อยู่ )

Oh tie a yellow ribbon
'Round the old oak tree
( ขอเธอผูกริบบิ้นสีเหลืองไว้ที่ต้นโอ๊คต้นเดิมของเรา )


It's been three long years
( จากตอนที่เราจากกันก็ยาวนานสามปีแล้ว)


Do you still want me
( เธอยังต้องการฉันคนนี้อยู่ไหม)


If I don't see a yellow ribbon
'Round the old oak tree
( หากฉันไม่ได้เห็นริบบิ้นเหลืองที่ต้นโอ๊คของเรา )


I'll stay on the bus, forget about us
( ฉันจะนั่งรถเลยผ่านไป ลืมความรักของเราไปเสีย)


Put the blame on me
( และรับว่าเป็นความผิดของฉันเอง)


If I don't see a yellow ribbon
'Round the old oak tree
( หากฉันไม่ได้เห็นริบบิ้นเหลือง ที่ต้นโอ๊คของเรา)


Bus driver please look for me
( คุณคนขับรถช่วยมองข้างหน้านั่นแทนผมหน่อย)


'Cause I couldn't bare to see what I might see
( เพราะผมไม่กล้ามองสิ่งที่กำลังจะได้เห็น)


I'm really still in prison
And my love she holds the key
( ตัวผมยังคงถูกจองจำ และเธอที่รักเท่านั้นที่จะปล่อยผมออกไปได้)


A simple yellow ribbon's all I need to set me free
( เพียงแค่ริบบิ้นสีเหลืองจากเธอ จะช่วยให้ผมเป็นอิสระ)


I wrote and told her please
(ผมจึงเขียนไป...ขอเธอ)

Oh tie a yellow ribbon
'Round the old oak tree
It's been three long years
Do you still want me
If I don't see a yellow ribbon
'Round the old oak tree
I'll stay on the bus, forget about us
Put the blame on me
If I don't see a yellow ribbon
'Round the old oak tree

Now the whole damn bus is cheering
( และตอนนี้คนทั้งรถบัสล้วนโห่ร้อง)


And I can't believe I see
( และฉันไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย)


A hundred yellow ribbons
'Round the old, the old oak tree
( เพราะข้างหน้านั่น มีริบบิ้นสีเหลืองนับร้อยเส้น ผูกไว้ที่ต้นโอ๊คของเรา)

Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree

Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree
Tie a ribbon 'round the old oak tree


..

...

สวัสดีค่ะ

กว่าจะได้เอ่ยทักทายก็เกือบจบเอนทรีแล้วนะเนี่ย แต่เอนทรีนี้ก็อยากให้เป็นอย่างนี้ล่ะ เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟูจังชอบมากๆ ในตอนนี้ เพราะว่าความหมายดี และเหตุการณ์ก็โรแมนติกมากๆ เลย ฟังแล้วยังกับอยู่ในเหตุการณ์ไปด้วยแน่ะ

.

เพลงนี้ร้องครั้งแรกโดยวง Tony Orlando & Dawn

.

แล้วฟูจังก็ไปฟังใน Youtube มาหลายเวอร์ชั่น ชอบที่สุดก็เวอร์ชั่นของ Perry Como

เลยเอามาเวอร์ชั่นนี้มาลงให้ฟังค่ะ

เนื่องจากเพลงนี้เป็นเพลงเก่า หลายๆ คนที่ชอบฟังเพลงเก่าอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง แต่ถ้ายังไม่เคย ก็ลองฟังดูนะคะ

 

ขั้นรถบัสไปตามหาริบบิ้นเหลืองกัน!

 

.

ฟังเพลงเพราะๆ ในบ่ายวันอาทิตย์แสนสบาย สำหรับฟูจังแล้วเป็นช่วงเวลาพิเศษมากเลยจ้ะ

 

ปล. ชี้แจงก่อน อาจมีคนสงสัยว่าทำไมถึงแปล "Old Oak Tree" ว่า "ต้นโอ๊คต้นเดิมของเรา" แทนที่จะแปลว่า "ต้นโอ๊คเก่าแก่" หรืออะไรทำนองนั้น คือฟูจังแปล old ในที่นี้ในความหมายว่า very familiar (สิ่งที่คุ้นเคย) ได้ความหมายประมาณ "ต้นเก่า, ต้นเดิม" ซึ่งฟูจังอนุมานเอาว่า old oak tree ที่ว่านั้น ชายหนุ่มกับหญิงสาวคนรักน่าจะคุ้นเคย และรู้ว่าเป็นต้นไหน และมันก็ดูมีความหมายเข้ากับเพลงด้วย

 

edit @ 25 Jan 2009 14:57:48 by ฟูจัง~*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นเรื่องราว...ที่ประทับใจจังค่ะ ความรักที่มั่นคงและยั่งยืน ซึ้งจังเลย

#1 By H >DW on 2009-01-25 15:06

โอ เรื่องราวน่าประทับใจจัง
เย้ยยย เพลงนี้มันนนน... เคยฟังด้วยอ่ะ เป็นเพลงที่คุ้นหูมากๆๆๆ เพิ่งได้รู้ความหมายก็วันนี้ ความหมายน่ารักเหมือนทำนองเพลงเลย
ชอบเพลงแนวนี้จังเลยพี่ฟู

เอ้อ ขอบคุณที่แนะนำนิยายค่า พ้นช่วงชีีวิตวุ่นวายแล้วจะหามาอ่านชิวๆ ให้ได้เลยเชียวbig smile
โอ้ว รักเเท้จริงๆเลยเเฮะ โรเเมนติก อิอิ

#3 By MISAKI on 2009-01-25 20:38

เป็นเรื่องที่ซาบซึ้งแล้วก็โรแมนติกมากเลยคะcry
เพลงก็เพราะมากเลย

#4 By Mitsusyuuke on 2009-01-25 21:10

surprised smile

#5 By ...... on 2009-01-25 21:27

ตำนานเพลงนี้ชอบมากค่ะ อ่านทีไรก็ซึ้งมาก ๆ ทุกที big smile Hot!

#6 By b613 ดาวถัดมา on 2009-01-25 22:29

ซึ้งมากค่ะ big smile

ไม่มีคำบรรยาย

#7 By ~ N ~ on 2009-01-25 22:30

เคยฟังค่ะ

ชอบด้วย จำได้ว่าคุณ ว วินิจฉัยกุล เคยกล่าวถึงในเรื่องไหนสักเรื่องที่พระเอกชื่อสาแคน

ทำนองว่า พระเอกบอกนางเอกว่า ถ้ารักเค้าจริง ก็ให้ผูกริบบิ้นเหลืองไว้ที่ต้นไม้หน้าบ้าน

แต่นางเอกหาไม่ได้ เลยจบด้วยริบบิ้นสีชมพู สีแดงอะไรสักอย่างแทน น่ารักมาก

#8 By Glinda The Good on 2009-01-26 01:49

พึ่งไหว้เจ้ารอบดึกเสร็จครับ

ก็เลยว่าจะขอแวะมานั่งฟังเพลงก่อนจะไปนอนครับ

หวังว่าเจ้าของบล็อคนี้คงไม่ว่าอะไรนะครับ ที่ผมมารบกวนกลางดึกแบบนี้ surprised smile



#9 By ...... on 2009-01-26 04:27

เพลงเพราะมากๆค่ะฟูจัง
ชอบจัง เป็นเรื่องเล่าที่โรแมนติกมากๆเลยcry
แต่ ของลูขอริบบิ้นสีม่วงได้มั้ยเค๊อะ....
(อ่านแล้วแอบจิ้น เอาไปวาดโดดีมั้ยเนี่ยยยย)

#10 By LUNAR*LUNATIC on 2009-01-26 22:11

นั่งฟังเพลงไปก็ดูเจ้าห้าหกตัวในนาฬิกาโยกตัวไปด้วย เหมือนกำลังเต้นๆๆกันอยู่เลยจ๊ะ

เรื่องราวน่ารักแล้วก็ซึ้งมากๆเลย อ่านแล้วหัวใจพองโต ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆนะจ๊ะ

วันนี้เพิ่งส่งทีสิสไปล่ะฟูจัง cry

#11 By Asana Fay on 2009-01-27 18:06