My Debutant [Part 1]

posted on 27 Jul 2008 00:29 by foochanja

 

 

สวัสดีค่าพี่น้องงงงง

ฮู้วววว จะบอกว่าฟูจังดีใจมากเล้ยยย ที่รอดชีวิตมาพิมพ์เอนทรีนี้ได้เนี่ย

ต้องบอกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็น "สัปดาห์สาหัส" ของฟูจังเชียวละค่ะ แต่แน่นอนว่า อะไรที่มันยุ่งเหยิงชวนเหนื่อย ก็ย่อมต้องมีมุมดีๆ ให้ประทับใจอยู่เรื่อยสิน่า

 

ขอเล่าเลยแล้วกันนิ ไม่งั้นกลัวจะลืมแล้วละ

 

ก็กล่าวถึงที่มาของชื่อเอนทรีนี้ก่อน นั่นก็คือ "My Debutant" ค่ะ ซึ่งคำนี้ก็หมายถึง อะแฮ่ม..การเปิดตัว ที่เมื่อก่อนจะใช้กับเหล่าเลดี้ที่จะเปิดตัวในวงสังคมชั้นสูงน่ะค่ะ ฟังดูหรูหราเอาเรื่องเลยเชียว ฟูจังชอบคำนี้ม้ากกก เลยยกมาเป็นชื่อ entry ซะเลย แม้ว่าหน้าเจ้าของบลอคจะอยู่ห่างไกลวงผู้ดีเลดี้จ๋าไปคนละโลกเลยก็ตาม 555

เรื่องของเรื่องก็คือ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ที่ทำงานของฟูจังจะจัดการประชุมประจำปีประจำภูมิภาคอาเซียน (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)ขึ้นค่ะ สำหรับไอ้ฟูผู้ซึ่งมาทำงานไม่ถึงสองเดือนก็ตื่นเต้นเป็นกำลัง เพราะรู้สึกว่างานมันใหญ่เอาเรื่อง ><

 

เริ่มแรกวันจันทร์ หัวหน้าให้ฟูจังไปฟังสัมมนาด้วยกัน ซึ่งอันนี้เป็นของอีกหน่วยงานที่จัดร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ เป็นการสัมมนาใหญ่ที่มีหลายประเทศเข้าร่วมจริงๆ ตั้งแต่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเราๆ ไปถึงจีน เกาหลี หรือกระทั่งอุซเบกิซถาน ซึ่งอันนี้ฟูจังไม่ค่อยได้ทำอะไรค่ะ ไปนั่งฟังเฉยๆ เป็นผู้สังเกตการณ์ (อิอิ) แต่ตอนที่ฟังหลายๆ ประเทศพรีเซนต์ข้อมูลของตัวเองก็ตระหนักได้ว่า ภาษาอังกฤษเนี่ย ฟังคนเอเซียด้วยกันพูดมันฟังยากกว่าฟังเจ้าของภาษาพูดเสียอีก  คือถ้าเป็นแถบสิงคโปร์ มาเลเซียนี่ฟังออกนะคะ แต่บางประเทศก็จนปัญญาเลย

อย่างคุณคนหนึ่งมาจากเกาหลี พรีเซนต์ได้ปรู๊ดปร๊าดมาก แต่ฟังไม่ค่อยออกเลยว่ารายงานอะไรไปบ้าง อีกท่านหนึ่งมาจากศรีลังกา ซึ่งฟูจังฟังไปได้ประมาณ 10 นาทีก็ถอดใจค่ะ ฟังไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว โอย รู้สึกว่าตัวเองต้องฝึกทักษะฟัง(ชาวเอเชียด้วยกัน) อย่างมากๆเลย

 

ต่อมาวันอังคาร เรียกว่าเป็นวันที่สุขสบายที่สุดก็ว่าได้ เพราะได้นั่งอยู่ที่ออฟฟิศทั้งวัน แต่ก็ยังไม่วาย เพราะว่ามีรายงานที่จะส่งวันเสาร์ (วันนี้) ก็ต้องตั้งใจทำกันจนตีหนึ่งกว่าถึงได้นอน

 

วันพุธ เริ่มเห็นความสาหัสค่ะ เพราะวันพุธนี่ แขกเริ่มมาแล้ว คุณพี่สองคนฝ่ายของฟูจังเลยออกไปรับแขก และพาแขกไปเที่ยว น้องใหม่อย่างฟูจังกับพี่อีกคนจากอีกฝ่ายก็เลยทำเอกสารการสัมมนากันสองคน(มีหัวหน้าด้วย แต่หัวหน้าก็ต้องรับรองแขกพอกัน) เพราะวันพฤหัสกับศุกร์จะเป็นการสัมมนาที่ที่ทำงานของฟูจังจัดขึ้นอย่างเต็มตัว เรียกว่าแทบตายค่ะ! เตรียมเอกสาร 40 ชุดที่แทบจะอัพเดททุกชั่วโมง ตลอดบ่ายได้วิ่งได้เดินตลอด จนใกล้หกโมงเย็นยังอุตส่าห์มีเอกสารประชุมส่งมาจากมาเลเซียให้วิ่งไปซีรอกซ์กันอีก แทบกรี๊สสสส

พอใกล้ถึงวันพฤหัส ความเครียดก็เริ่มงวดเข้ามา

 

เพราะฟูจังอยู่ในภาวะโดนจับตามองค่ะ เนื่องจากมาทำงานเกือบสองเดือนแล้ว แต่พี่ๆ หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า

 

"ไม่เคยได้ยินน้องพูดภาษาอังกฤษเลย"

 

อ๋าวววววววว พี่ขรา วันๆ หนูก็ทำงานกับคนไทยทุกวัน จะให้พูดภาษาปะกิดทำเพื่ออะไรละค้า???

 

ฟังดูอาจจะขำๆ นะคะ แต่ตอนนั้นขำไม่ค่อยออกเท่าไหร่ค่ะ แบบว่าเกิดเครียดขึ้นมานิดนึงเหมือนกันว่า เฮ้ย..เขาไม่ไว้เราขนาดนี้เลยรึ เขาจะคิดหรือเปล่าว่าไอ้นี่มันผ่านสอบเข้าทำงานมายังไง พูดภาษาอังกฤษได้จริงหรือเปล่า หรือว่าราคาคุย?

 

แล้วก็ได้เรื่องค่ะ เย็นวันนั้นหัวหน้าเลยเสนอ ผอ. ว่าจะให้ฟูจังกล่าวต้อนรับแขกและเกริ่นการแสดงพิธีเปิด

 

กร๊ากกกก (หัวเราะทั้งน้ำตา!) การสัมมนาระดับอาเซียนนะคร้า!!! หนูรู้ว่าหัวหน้าคิดว่าหนูทำได้ แต่กลัวไว้ก่อนก็ได้นะค้า ไม่กลัวองค์กรเสียหายเพราะนังเด็กใหม่เหรอค้า!!!!

 

นั่นแหละค่ะ คืนวันพุธไอ้ฟูเลยนั่งสติแตกปั่นรายงานและร่างบทพูดนั่นไปด้วย บทมันไม่ยาวหรอกค่ะ สั้นจุ๊ดเดียวเอง แต่ความกดดันมันมากกว่าเยอะเลย เฮ่อ..สรุปก็คือ คืนนั้นที่กะจะนอนเร็วสุด กลายเป็นนอนตีหนึ่งครึ่ง เพื่อตืนตอนตีห้ากว่าๆ ไปถึงงานนี่หน้าคงดูไม่จืด - -''

 

อยากจะพิมพ์ของวันพฤหัส-ศุกร์ เลยนะคะ แต่กลัวว่าจะยาวไป เดี๋ยวจะอ่านกันเบื่อตายชัก (จะมีพี่น้องอ่านไหมค้า??? 555) เลยแบ่งเป็น 2 ตอนแล้วกันค่ะ ขอเวลาร่ายนิดนึง อิอิ ^^

[EDIT] ทำไมข้อความในบลอคมันถึงถูกบีบมาอยู่ตรงกลางนะคะนี่ มีวิธีแก้ไหมคะ บอกฟูจังทีเน้อ แบบนี้ไม่ชอบเยย

 

 +++++++++++++++++++++++++++++

ตอบเม้นๆ

น้องดีจัง ++ พี่ฟูว่าบางทีซบน้องสาวก็น่ารักดีออกนะคะ ดูสนิทสนมดีออก พี่เองมีพี่ชายค่ะ ไปซบเขาไม่ได้หรอก เดี๋ยวโดนยันโครม - -''

ทานุซัง ++ เห็นด้วยว่าการจับมือมันรู้สึกอบอุ่นจริงๆ ค่ะ เพื่อนฟูจังบางคนก็ชอบดึงแขนไปควง ไม่ให้ควงก็งอนด้วยก็มี ฮุฮุ และโอ้..จับมือกับคุณพ่อเหมือนกันเล้ยย

มิจัง ++ ตอนข้ามถนนนี่ต้องจับมือกันจริงๆ ละนะ เพื่อนฟูจังบางคนถ้าไม่จับเจ้าหล่อนก็ไม่ยอมข้ามถนนเลยนา เคยถึงขั้นฟูจังข้ามถนนไปก่อน แล้วยังต้องข้ามกลับมาเก็บเพื่อนไปด้วยกันเลย 55 แต๊งกิ้วที่บอกแหล่งร้านขายกระดาษเขียนจดหมายสวยๆ นะ ถ้าหาซื้อได้จะร่อนไปหาจ้า

ไบร์ทโกะ ++ น้องเลิฟของพี่ หายเฟลยังคะ >< พี่ส่ง ems ไปหาแล้วนะ ไม่รู้จะอ่านหรือยังเอ่ย? บอกอีกครั้งว่าเจอกันคราวหน้า คุณพี่จะอุทิศแขนให้ควงค่ะ ฮุฮุ

อุลจัง ++ กอดเพื่อนนี่ก็บ่อยเหมือนกันจ้ะ โดยเฉพาะคุณเพื่อนที่ตัวนิ่มๆ จะกอดแล้วมีความสุขเป็นพิเศษ ฟูจังคิดว่านี่เป็นข้อดีของผู้หญิงเลยนะ กอดเพื่อนได้ ไม่คิดมาก ^^

คุณ nero ++ รู้สึกดีใจที่แวะมาเม้นค่ะ และดีใจมากขึ้นเมื่อชอบธีมใหม่นะค้า แหะๆ ยังไงถ้ามีเวลาก็ขอเชิญมานั่งคุยกันบ่อยๆ นะคะ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันสนุกดีค่ะ ส่วนเรื่องว่ามือไม่เหมือนผู้หญิงก็แอบใจร้ายนะคะ ยังไงการจับมือก็ยังสื่อความอบอุ่นได้อยู่ดีน้า

น้องหญิง ++ ไว้เจอกัน พี่หญิงจะโดดกอดดีไหมน้า แฮ่!

คุณ SRP ++ ถ้าพูดถึงการจับมือแบบวัฒนธรรมสากลนี่ก็คงบ่อยอยู่นะคะ ตั้งแต่มาทำงานฟูจังจก็จับมือคนนู้นคนนี้เพียบเลยเหมือนกัน ไม่ค่อยได้จับมือกับใครก็ไม่เป็นไรนิ เอาไว้รอจับมือคนรู้ใจจูงกันไปที่ไหนๆ คงพิเศษดี

พี่ไวท์ ++ ฟูจังก็จับมือกับคุณแม่บ่อยค่ะ ยิ่งเวลาให้กำลังใจก็จะบีบมือลูกสาวแน่นเชียว (แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณแม่ค่อนข้างขี้อาย ไม่ยอมจับมือฟูจังเท่าไหร่นะคะ เดี๋ยวนี้ฟูจังจับบ่อย คุณแม่เลยชิน ) แล้วคุณฝรั่งนี่ถามยังงั้นเลยเหรอคะ แหมๆ น่างงจริงๆ ค่ะ นี่มันวัฒนธรรมใครกันแน่เนี้ย! ส่วนวันรับปริญญาของฟูจังคือวันที่ 14 สิงหา ค่ะ วันพฤหัสนะคะ ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ซ้อมใหญ่ก็วันที่ 10 (วันอาทิตย์) ถ้าได้เจอกันจะดีใจมากเลยนะคะ จะได้ถ่ายรูปด้วยกัน เย้!

คุณนีโอ ++ จับมือตัวเองก็อาจเหงาหน่อยสิคะ เปลี่ยนเป็นจับอุ้งเท้าน้อยๆ ของน้องหมูแดงดีกว่าไหมคะ ^^

พี่อาซานะ ++ หยา..ที่โน่นเขามองอย่างนั้นเลยเหรอคะ น่าเสียดายจังเลย ถ้าได้เจอพี่อาซานะเมื่อไหร่ เรามาจับมือกันไหมคะ (เปล่าวายนะค้า!)

เจ๊อาร์โกะ ++ สุดยอดของความถึกเลยคุณขรา สาหัสเข้าขั้นเรยเชียวววว อ๋ายๆ อยากจับมือกับใครคะ เล่ามาเดี๋ยวนี้ กรี๊สสสส

+++++++++++++++++++++

 

เจอกันเอนทรีหน้า(ต่อ) นะค้า~

edit @ 27 Jul 2008 01:41:28 by ฟูจัง~*

edit @ 27 Jul 2008 17:51:17 by ฟูจัง~*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านจบแล้วเหน่ยแทนเลย แต่ก็มักมีสิ่งดีๆ แฝงไว้เสมอใช่มั้ยครับ big smile

#1 By iTualek on 2008-07-27 01:33

รอลุ้นตอนตื่นเต้นตอนหน้าค่ะ แต่ผ่านมาแล้วสินะคะ จะเชียร์ก็ไม่ได้แล้วสิ...

เอาเป็นว่า อาทิตย์หน้าก็สู้ๆต่อนะคะdouble wink

#2 By ทานุขนฟู on 2008-07-27 02:41

ชะตาเดียวกันเลยค่ะ
เหอๆ
สัปดาห์สาหัส ทั้งกิจกรรมและงานการบ้านทั้งหลาย

คิดถึงการ์ตูนจริงๆ

#3 By +|| m i n e y ||+ on 2008-07-27 09:44

แล้วสรุปว่า .. เป็นไงบ้างอ่ะจ๊ะ

น้องฟูทำดี ๆ ก็พอถึงเวลาอาจจะเข้าสู่ภวังค์ไม่รู้พูดอะไรไปบ้าง พี่เคยไปพูดหน้าห้องประชุมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่อ่ะ (ทำครั้งแรกเหมือนกัน) ไม่รู้สึกตัวว่าพูดอะไรไปบ้าง มันไปเองแต่พอลงมาก็โล่ง

สู้ ๆ เข้าไปน๊า ได้โอกาสออกงานใหญ่ ๆ เนี่ยดีมากเลย

เค้าว่าเก่งไม่สู้เฮง อันนี้เรื่องจริง บางคนเก่งแต่ไม่มีโอกาสให้แสดงความสามารถ บางคนความสามารถอาจไม่ถึงขั้นเรา แต่เค้ามีโอกาส ก็อาจจะได้ความก้าวหน้ามากกว่าเราก็ได้

โอกาสมีมาไม่บ่อย ถ้าผ่านมารีบคว้าไว้ก่อนเลยนะจ๊า

#4 By ~WhiteChoc!~ on 2008-07-27 11:39

คนเอเชียที่ผมเคยคุยภาษาอังกฤษด้วยแล้วมึนที่สุดคือญี่ปุ่นครับ ทั้งพูดทั้งฟังเลย เคยมีนักท่องเที่ยวมาถามทีนึง ผมก็งงเค้าถามอะไรหว่า ทาคุชีๆ ฟังอยู่นานถึงนึกออกว่ามันคือ Taxi (ยังดีว่าเล่นเกมญี่ปุ่นเยอะเลยรู้ว่าเวลาสะกดด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นมันจะได้ ทาคุชี ถ้าไม่มีพื้นเลยใครมันจะไปรู้จักทาคุชี sad smile ) หรือตอนไปญี่ปุ่นมีคนถามว่าผมมาจากไหน ผมก็บอกไป Thailand เค้าก็ตอบกลับว่า Taiwan ผมก็บอกว่าไม่ใช่ Taiwan แต่เป็น Thailand เค้าก็พยายามจะถามว่า Taiwan อยู่นั่นแหละ สุดท้ายเลยต้องบอก Bangkok ไปเค้าถึงจะรู้เรื่อง OTL


แล้วข้อความในบล็อกถูกบีบมาอยู่ตรงกลางยังไงเหรอครับ พอดียังมองไม่เห็นความผิดปกติ embarrassed

#5 By SRP on 2008-07-27 12:21

พยามเข้านะครับ ทุกอย่างเป็นความรู้ที่จะได้กับตัวเอง
คิดว่า สามารถอยู่แล้ว อย่างนั้น เปลี่ยนเป็นอวยพร ให้ได้คำชม จากหัวหน้าดีก๋าsad smile big smile

#6 By (¯`•¸®·neo590·) °´¯)* on 2008-07-27 14:10