ได้ส่งโทรเลขฉบับแรกในชีวิต
posted on 30 Apr 2008 18:28 by foochanja
สวัสดีค่ะพี่น้อง
วันนี้ยังคงมาอย่างร่าเริง คงเพราะบรรยากาศสนุกๆ ของ CP10 ยังอบอวล และตอนนี้ฟูจังก็เริ่มดู Mononoke และดี๊ด๊ากับคุณคนขายยาสุดหล่อ (เหตุผลที่แท้จริง แง้ววว!!) ชอบเสียงพากย์คุณคนขายยามากมาย แต่ก็ยังงงๆ ค่ะ เอาไว้ดูจบแล้ว(ถ้า)รู้เรื่อง คงได้ทำรีวิว (ฮา)
วันนี้ขอเป็นเอนทรีพิเศษอีกเอนทรีหนึ่ง เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ประเทศไทยของเราจะมีระบบโทรเลขแล้วนะคะ ><
ถ้าหากพี่น้องได้ชมข่าวกันช่วงนี้ก็คงเห็นผ่านตากันบ้าง ว่าการสื่อสารช่องทางหนึ่งที่มีมายาวนานที่ชื่อว่า "โทรเลข" นั้น จะได้จบประวัติศาสตร์ของมันเองในวันนี้แล้ว ซึ่งโทรเลขได้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2418 โดยช่วงแรกจะใช้ในการราชการ ก่อนจะแพร่หลายเป็นการสื่อสารที่รวดเร็วที่สุด(ในอดีต) นับถึงตอนนี้ก็ 133 ปีแล้วนะคะ
ค่าส่งโทรเลขนั้นนับเป็นคำค่ะ เมื่อแรกเริ่มคิดคำละ 1 เฟื้อง(คิดเป็น 12 สตางค์) และในปัจจุบันคือคำละ 1 บาท
สำหรับข้อความต่างๆ ที่ส่งกันทางโทรเลขนั้นเรียกว่าด่วนจริงๆ และสั้นสุดๆ และโดยมากมักไม่ใช่ข่าวดีด้วยนี่สิคะ ตอนที่คุณตากับคุณชวดของฟูจังเสีย ทางบ้านก็ส่งโทรเลขไปหาคุณพ่อที่ตอนนั้นทำงานอยู่ต่างจังหวัดเช่นกัน สำหรับข้อความที่มักส่งทางโทรเลข Reader's Digest ก็มีบางข้อความระบุไว้ เช่น พ่อตายแล้ว, กลับบ้านด่วน, ติดต่อด่วน, โอนเงินด่วน, แดงคลอดลูกแล้วเป็นชาย
และข้อความอีกอย่างที่คุณพนักงานโทรเลขในอดีตจะส่งด้วยความลำบากใจ คือผลสอบเอนทรานซ์ค่ะ เพราะตอนนั้นจะส่งโทรเลขเพียงคำสั้นๆ ว่า "ได้" หรือ "ตก" เท่านั้นเอง (ลุ้นน่าดูเลยเนอะ ><'')
และเมื่อเช้าวาน ก็มีคุณไปรษณีย์มาที่บ้าน พร้อมกับส่งซองเขียวๆ ให้ ก็พบว่ามันคือ...โทรเลขค่ะ!
![]()
คุณน้าของฟูจังส่งมาให้นั่นเอง โอยยย ปลื้มใจสุดๆ โทรเลขฉบับแรกในชีวิต ><!!!
ด้วยความที่ฟูจังชอบการส่งจดหมาย และเป็นลูกค้าที่ดีของการไปรษณีย์(เพราะชอบส่งนั่นส่งนี่อยู่เรื่อย) และด้วยความที่อยากจะรำลึกเสี้ยวส่วนของประวัติศาสตร์หน้านี้ด้วยคน เมื่อวานฟูจังเลยชวนทั่นแม่และทั่นน้องไปส่งโทรเลขกันค่ะ ส่งถึงตัวเองและคนในครอบครัวเอาไว้เป็นที่ระลึก
ตอนที่ไปถึงที่ทำการไปรษณีย์ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ค่ะ คุณพนักงานบอกว่าเพราะคนส่วนมากเข้าใจว่าโทรเลขส่งได้แค่ที่ไปรษณีย์กลางบางรัก จริงๆ แล้วก็ส่งได้ที่ที่ทำการฯ แทบทุกที่นั่นละค่ะ (ฟูจังเลยโชคดีไป ไม่ต้องรอคิวนาน)
ตอนที่เขียนโทรเลขก็ตื่นเต้นมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกเลยที่ได้ส่งโทรเลข คุณพนักงานไปรษณีย์ก็ใจดีมาก มาคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง และฟูจังก็เลยขอใบส่งโทรเลขเอาไว้เป็นที่ระลึกด้วยละ หุหุ
นี่ค่า>> ![]()
ใบเขียนก็เก่าเหลืองได้อารมณ์วันวานยังหวานอยู่มากเลยค่ะ ตรงที่เห็นสี่ส่วนใหญ่ๆ แบ่งเป็น 1. ส่วนของเจ้าหน้าที่จะคิดเงินค่าโทรเลข 2. ส่วนที่เราจ่าที่อยู่ผู้รับ 3. ส่วนข้อความที่เราจะส่งไป 4. ที่อยู่ของเรา ซึ่งจะไม่ส่งไปกับโทรเลขค่ะ ดังนั้นสรุปความได้ว่า หากเราต้องการแจ้งชื่อของผู้ส่ง ก็ต้องเขียนไว้ในส่วนที่สามนะคะ
คุณพนักงานบอกว่าการคิดเงินค่าโทรเลขจะคิดคำละ 1 บาท ชื่อ-นามสกุล ของผู้รับก็นับเป็น ชื่อ 1 บาท และ นามสกุล 1 บาท แต่ถ้านามสกุลมีความยาวเกิน 10 อักขระ ก็จะนับเป็นอีก 1 บาทนะคะ (แต่โดยส่วนมากถ้าเกินมานิดหน่อยเขาก็หยวนๆ ให้ละค่ะ แหม น่ารักจัง ^^)
และเมื่อคิดเงินแล้ว คุณพนักงานก็จะกรอกไว้ที่ส่วนแรก ตามที่เห็นนี่ค่ะ
จากนั้นเราก็เอาใบโทรเลขนี้ไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ฟูจังก็ถามคุณพนักงานว่า ไม่เคาะรหัสมอสเหรอคะ? คุณพนักงานก็หัวเราะแหะๆ ว่า เอิ่ม..มันเลิกใช้ไปนานแล้วละนะ (โอ้ เพิ่งรู้นะค้า!) คือแต่แรกใช้เป็นเครื่องเคาะมอส ต่อมาใช้เครื่องเจาะปรุ และปัจจุบันก็ใช้โทรพิมพ์ค่ะ
และแล้วฟูจังก็ส่งโทรเลขไปหลายอยู่ เล่นเอากระเป๋าตังค์เบาไปเลยค่ะ แหม ทั้งที่ปกติโทรเลขเขาต้องส่งสั้นๆ แต่มันก็อดไม่ได้น้า คนสมัยก่อนช่างเขียนแบบตรงประเด็นได้เก่งจริงๆค่ะ ^^
พรุ่งนี้คำว่า "โทรเลข" คงกลายเป็นอดีตในหน้าหนึ่งของหนังสือเกร็ดประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่เราอาจจะทำได้แค่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกหลานฟังต่อๆ ไปถึงเสน่ห์วันวานของการสื่อสารชนิดหนึ่งที่เคยมีในเมืองไทย
แต่ถึงอย่างไรในเอนทรีนี้จะเก็บความทรงจำนี้ไว้กับ exteen และในใจของฟูจังไปอีกนานเท่านานค่ะ
ในชีวิตของดิฉัน ก็เคยส่ง "ตะแล๊ปแก๊ป" นะคะ !
![]()

เมื่อเปรียบเทียบกับพี่ ถ้าไม่พักกลางวันแล้วนั่งดูทีวี
พี่จะไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้เค้าจะเลิกใช้โทรเลขแล้ว !!!!!!
จะไปส่งก็ไม่ทัน นี่ช๊านไปอยู่ไหนม๊าาาาาาา ไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรกับชาวบ้านเค้าเลย
พี่ก็ไม่เคยส่งจริง ๆ มีแต่สมัยประถมหัดเขียนในชั่วโมงภาษาไทย โฮ่ ๆ น่าจะทำเป็นที่ระลึกซะหน่อย เสียดายจัง
#1 By ~WhiteChoc!~ on 2008-04-30 19:32