นมัสเต ค่ะพี่น้อง~
คราวนี้ทักทายกันแบบแปลกตานิดหนึ่งนะคะ เนื่องจากได้แรงบันดาลใจดีๆ มาจากหนังสือเล่มหนึ่งที่จะเล่าให้ฟังกันวันนี้ค่ะ
ก่อนอื่นขอคุยกันเล็กน้อยกับเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้ไปเที่ยวสาดน้ำ ประแป้ง สรงน้ำพระที่ไหนกันบ้างเอ่ย
ฟูจังไปบ้านญาติๆ ค่ะ ถือว่าเป็นธรรมเนียมของบ้านก็ว่าได้เลยนะคะ แล้ววันท้ายๆ ก็จะมีญาติบางบ้านมาปาร์ตี้ที่บ้าน ซึ่งตรงกับวันสรงน้ำพระที่วัด ก็จะยกขบวนกันไปสรงน้ำ+เล่นสาดน้ำกันที่วัดค่ะ แต่ปีนี้แย่หน่อยตรงที่ฟูจังเหมือนจะแพ้น้ำ เพราะหลังจากเล่นน้ำก็คันแขนมากมาย เกาจนผื่นขึ้น ตกใจมากค่ะ!! เพราะปกติตัวเองไม่เคยแพ้อะไรเลย สุดท้ายก็ไปซื้อยามาทา ตอนนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว แย่จัง
หลังจากวันปาร์ตี้ที่บ้านก็ยังมีของกินเหลือให้ตั้งวงหม่ำกันได้อีกสองวันเลยละค่ะ หึหึ เรื่องกินบ้านนี้ไม่เคยขาด (อุ...น้ำหนักเท่าไหร่แล้วเนี่ย - -'')
ว่าแล้วก็มาคุยเรื่องหนังสือกันค่ะ ช่วงสงกรานต์ นอกจากการเล่นน้ำและการกิน ฟูจังก็มีเวลาว่างพอจะเอนหลังอ่านหนังสือสักเล่มให้สมใจ เพราะว่าที่ผ่านมาหาเวลาอ่านไม่ได้เลย หนังสือเล่มนี้ได้มาจากงานหนังสือที่ผ่านมานี่เอง ซื้อเพราะสะดุดที่ชื่อหนังสือที่ชวนให้สะกิดใจจัง และเมื่ออ่านจนจบแล้วก็สะกดใจ จนอยากอ่านซ้ำอีกหลายๆ รอบเลย
กับหนังสือ "Santiniketan อินเดียใต้ต้นไม้" จาก a book
(เครดิตภาพปกจาก http://bickboon.exteen.com ค่ะ)
บางคนที่เห็นฟูจังอ่านหนังสือเล่มนี้อาจจะบอกว่ามันดูเหมาะกับฟูจังดี เพราะชอบสนใจประเทศแปลกๆ อยู่เรื่อย ก็นะ...ทรรศนะของเราๆ เมื่อพูดถึงอินเดียคงเบ้หน้า ถามว่าไปอินเดียกันมั้ย? คงมีคำห้ามและคำเตือน คำขู่ตามมาเป็นพรวน
แต่ฟูจังว่า ใครที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ต้องเปลี่ยนความคิดกันบ้างละ ดีไม่ดีอาจวางแผนไปเยือนอินเดียเลยทีเดียว
"อินเดียใต้ต้นไม้" เป็นเรื่องราวการมองโลกในแง่งามผ่านมุมมองและสำนวนการเขียนของ 'ศราดีดี้ ซึ่งเป็นคนไทยที่ได้ไปเรียนศิลปะ ไปเป็นครูสอนเด็กๆ และไปใช้ชีวิตช้าๆ ในเมืองที่ชื่อว่า "ศานตินิเกตัน" ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนทดลองการศึกษาที่เป็นอุดมคติ นั่นคือการให้นักเรียนอยู่ใกล้ธรรมชาติให้มากที่สุด โดยโรงเรียนนี้ก่อตั้งโดย รบินดรนาถ ตะกอร์ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1913 (ตอนแรกฟูจังก็งงนะคะว่า ตายละ เราไม่รู้จักบุคคลที่มีชื่อเสียงขนาดนี้หรือนี่ แต่พอได้รู้ว่าเราคนไทยจะรู้จักท่านในชื่อ "รพินทรนาถ ฐากูร" ก็คิดว่าหลายคนคงได้ร้องอ๋อบ้างเหมือนกันนิ)
โรงเรียนในเมืองศานตินิเกตันจึงเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ดูร่มรื่นย์ สมชื่อ "โรงเรียนใต้ร่มไม้" และนักเรียนก็นั่งเรียนที่พื้นในบรรยากาศธรรมชาติด้วย เนื่องจากความคิดและปรัชญาของผู้ก่อตั้ง
"...ตะกอร์เชื่อว่า การนั่งเรียนบนพื้นโลกคือ การย่นย่อระยะห่างระหว่างมนุษย์กับโลกแท้ๆ ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น..."
แต่ โอ้! หยุดก่อนพี่น้อง อย่าคิดเชียวว่า "อินเดียใต้ต้นไม้" จะเป็นหนังสือถกเรื่องระบบการศึกษาอุดมคติ หรือเรื่องวรรณะเครียดๆ ในอินเดีย
หนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้เข้าถึงง่ายกว่านั้น และยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ที่น่าฟังมากเลยด้วยค่ะ เพราะมันเป็นการเขียนถึงจุดเล็กๆ ที่น่าหยุดมอง หยุดคิด และทำชีวิตให้ช้าลง ตามจังหวะความพอเพียงของศานตินิเกตัน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนตัวเล็กๆ เหล่าดาด้า ดีดี้ (คำเรียกลงท้ายผู้ชาย ผู้หญิง ประมาณว่า พี่ชาย พี่สาว) ต้นไม้ใบหญ้า ศิลปะ การกรองน้ำ สามล้อแขก
การหลบการ "ถุย" เวลาซ้อนจักรยานพี่แขก
นั่งเรือไปฝั่ง "นรก" ของคงคา
ตลาดนัด "กลางป่า"
แม้กระทั่งเรื่องความสัมพันธ์ผัวๆ เมียๆ ของจิ้งจกอินเดีย!!
การบอกเล่าผ่านสำนวนของ 'ศราดีดี้ มีความพิเศษอย่างหนึ่งทำให้ฟูจังอ่านได้เรื่อยไม่มีหยุด เพราะเป็นสำนวนที่อ่านเพลิน เหมือนมีคุณพี่สาวคนหนึ่งมานั่งคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ละเรื่องก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจ และหลายๆ เรื่องก็ทำให้ประทับใจในความเรียบง่ายของคนในเมืองนี้
อาจเป็นเพราะมุมมองของผู้เขียน "ต้อง" กับมุมมองของฟูจังอยู่หลายเรื่อง จึงรู้สึกว่าเป็นหนังสือที่อ่านแล้วชอบจริงๆ ค่ะ
แน่ละว่า เราจะไม่พบความสะดวกสบายมากนักในเรื่องนี้ ไม่มีรถยนต์หรู ไม่มีแอร์ทันสมัย ไม่มีอินเตอร์เน็ต และมือถือก็ไม่ค่อยจะมีความจำเป็นเท่าไหร่ น้ำกินก็ไม่ค่อยสะอาด ภาษาพูดก็มากมายชวนปวดเศียร
แต่ในชีวิตที่เป็นเช่นนี้ ศาสตินิเกตันกลับเป็นเมืองหนึ่งที่น่าอยู่ พอที่จะทำให้สาวไทยคนหนึ่งที่เคยไปอินเดีย ใฝ่ฝันถึงเวลาที่จะกลับไปเยือนศานตินิเกตัน เสียจนทิ้งความสนใจเรื่องน้ำไม่สะอาด หรือขี้วัวไปเลย
เหตุใดหนอ เมืองหนึ่งในอินเดียจึงน่าอยู่ได้ถึงขนาดนี้
ลองหาคำตอบใน "อินเดียใต้ต้นไม้" นะคะ
หากลองอ่านแล้วเป็นยังไงก็มาบอกฟูจังบ้างนะคะ
และถ้าใครอ่านแล้วอยากไปท่องอินเดียเพื่อหาประสบการณ์แบบในหนังสือ ก็ต้องอ่านบทที่สาม "ศานตินิเกตันไม่ใช่อินเดีย" ให้จงหนักนะคะ!!!
จบรีวิวเรื่องหนังสือเป็นครั้งแรกค่ะ อิอิ เรียกว่ารีวิวคงไม่ได้มั้ง ^^'' เอาเป็น เก็บความประทับใจมาเล่าให้ฟังดีกว่าค่ะ
แล้วคุยกันใหม่เอนทรีหน้านะคะ~
ปล. ขอความช่วยเหลือ>> ฟูจังกำลังอยู่ในช่วงอยากเล่นฮูล่าฮูปอย่างรุนแรงค่ะ แต่เล่นไม่ด๊ายยยยย ไม่ว่าทำยังไงห่วงมันก็อยู่ไม่เกินสองวิก็ตกพื้นแล้ว พี่น้องมีเทคนิคให้ประคองฮูล่าฮูปไว้บนเอวให้นานๆ ไหมค้า
!!!!
edit @ 18 Apr 2008 22:50:30 by ฟูจัง~*
เจอกันคราวหน้าพาเอวคอดกิ่วมาให้ชมนะก๊า