มหาวิทยาลัยที่ฉันรัก
posted on 18 Mar 2008 00:02 by foochanja
สวัสดีค้าพี่น้องงงง
วันนี้มาอย่างเริงร่า เพราะว่าฟูจังปลดแอกงานชิ้นสุดท้ายออกไปแล้วนะค้า ซึ่งก็คือรายงานการแปลนั่นเอง! ตอนนี้เรียกได้ว่าเรียนจบได้แล้วนะเนี่ย (แต่เกรดยังไม่ออกสักตัวเลยจ้า
) ก็บึ่งไปมหาลัยตอนบ่ายๆ หลังจากที่ปรินท์งานอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ส่งไปแล้ว เย้~
วันนี้จะเป็นเอนทรีเชิงรำลึกนะคะ ตามประสาคนแก่เชียวล่ะ เพราะว่าวันนี้หลังจากที่ไปส่งรายงานและกลับบ้าน ตอนก่อนกลับก็มองบรรยากาศของมหาลัย แล้วรู้สึกว่า
คิดถึง...
ฟูจังรู้สึกคิดถึงมหาลัยมากๆ เลยละค่ะ ขนาดไม่ได้ไปแค่ประมาณสองอาทิตย์แต่ก็เหมือนไม่ได้ไปเป็นนาน แล้วพอคิดว่าหลังจากนี้เราจะไม่ได้มามหาลัยทุกวันแล้วก็ใจหายพอดูเชียวละค่ะ ดังนั้นวันนี้ เอนทรีนี้ขออุทิศแด่มหาวิทยาลัยที่รักของฟูจัง ที่ช่วงหนึ่งของชีวิตได้เข้ามาเป็นนักศึกษาที่ที่แห่งนี้
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ถอยหลังไปสี่ปีก่อนหน้านี้ ตอนที่เด็ก ม.ปลายคนหนึ่งใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ว่าจะมีที่เรียนไหมน้อ เพราะคะแนนเอนเธอช่างน้อยเหลือหลาย
กลัวแสนกลัว แต่ก็ยังทำใจกล้าเลือก ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นอันดับหนึ่ง แล้วก็มาลุ้นแบบสุดๆ เพราะว่าจริงๆ แล้วยัยเด็กคนนี้ก็อยากเรียนอยู่คณะเดียวเอง ถ้าหล่นไปคณะที่อันดับสองอาจซวยได้
แล้ววันที่เธอไปดูผลเอนที่เกษตร ก็แทบกรี๊ดลั่น เพราะว่า มันติด!!!!
ฉันคนนี้เนี่ยนะ!!! เอนติดธรรมศาสตร์จริงๆ เหรอ !!!
เพ้อไปหลายวัน 555 จากนั้นก็มีประสบการณ์ใหม่ ไปอยู่หอทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยไปค้างที่ไหนนานๆ ด้วยซ้ำ กลัวไปสารพัด แต่ผลก็ออกมาดีเกินคาด เพราะเมทๆ ก็รั่ว ฮาแตกพอกัน เลยกลายเป็นสองปีที่มีค่าและสนุกสนานจริงๆ
พอขึ้นปีสาม แม่สาวทุ่งรังสิตก็เข้ากรุงกับเขาที่ท่าพระจันทร์ แดนอุดมของอร่อย แดนประวัติศาสตร์ 14 ตุลา และแดนแห่งโดม
รูปนี้ถ่ายตอนวันไปดูงานเห่เรือเมื่อปีที่แล้ว เป็นรูปหนึ่งที่ชอบมากที่ถ่ายออกมา เนื่องจากถ่ายติดสองในหลายๆ สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย นั่นคือตึกโดม และรูปปั้นของอาจารย์ปรีดี หรือพ่อปรีดีของเหล่าลูกแม่โดม ตึกที่เก่าที่สุดของมหาวิทยาลัยและท่านผู้ประศาสน์การ(ผู้ก่อตั้ง) ได้อยู่เคียงกัน เป็นภาพเจนตาของเหล่านักศึกษาฝ่ายท่าพระจันทร์
แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นของธรรมศาสตร์คือหลังคาโดมที่ไม่เหมือนที่ไหน โดมนี้ออกแบบโดย นายจิตรเสน (หมิว) อภัยวงศ์ โดยมีหลักปรัชญา 6 ประการของคณะราษฎรเกี่ยวกับการศึกษาแฝงอยู่ และพวกเราชาวธรรมศาสตร์ก็เปรียบเทียบโดมเป็น "ดินสอโดม" ที่จะขีดเขียนประกาศความเห็นบน "กระดาษท้องฟ้า" ไม่สิ้นสุด เรียกว่ากระทั่งความคิดเปรียบเปรยยังรักอิสระไม่ผิดไปจากวิถีธรรมศาสตร์เลยเชียวล่ะ
พูดถึงตอนเข้าเอกก็ลำบากลำบนไม่แพ้ตอนเอนติด เพราะลุ้นกันจนหยดสุดท้าย ตอนนั้นฟูจังอยากเรียนเอกอังกฤษมาก แต่คะแนนเอนฉ่อยสุดๆ ติดเข้าเอกในกลุ่มคะแนนน้อยสุดแล้ว เหอๆๆๆ ถ้าไม่ติดเอกอังกฤษ ตอนนี้ฟูจังอาจเรียนเอกจีนไปแล้ว เพราะตอนนั้นติดเอกจีนก่อนเอกอังกฤษอีก
(แต่ความรู้จีนตอนนี้ช่างน้อยนัก ฮ่วย..)
ที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์อาจจะมีอาณาเขตเล็กเมื่อเทียบกับมหาลัยอื่นๆ หรือกระทั่งธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตที่กว้างขนาดปั่นจักรยานยังแล่นซะหอบแฮ่ก แต่สำหรับฟูจัง สถานที่เล็ก แต่คนก็ยิ่งผูกพันกันดีค่ะ มาเรียนที่ท่าพระจันทร์ได้เจอเพื่อนแทบทุกวัน เพราะตึกเรียนวิชาหลักก็เรียนอยู่ตึกเดียวแหละ (วันหลังจะถ่ายรูปมาลง ^^) แถมตึกนี้ยังมีลิฟต์ตัวเดียวอีก (ก๊ากกก แหมๆ ไม่มีเนื้อที่จะขยายแล้วค่า)
แต่ถึงตึกจะแคบ ห้องน้ำจะเก่า ลิฟต์ตัวเดียว คนคุมตึกดุ (ปากร้ายใจดี) แต่เพื่อนๆ ที่เอกก็น่ารักทุกคน รู้จักกันหมดแหละนะ เพราะฟูจังเป็นเหฯ ของเอก ตอนงานบายเนียร์รุ่นน้องมาขอเบิกตังค์ รู้ว่าฟูจังเป็นเหฯ ตกใจเลยค่ะ บอกว่าฟูจังหน้าตาใจดีเกินจะเป็นเหฯ หุหุ ก็ถึงเป็นเหฯ ก็เป็นฝ่ายฝ่ายกองคลังค่ะ คือที่เอกจะมีเหฯ หลักสองคน คนหนึ่งหน้าดุคอยทวงตังค์ ฟูจังหน้าตาใจดีคอยเก็บเงิน (แต่ห้ามทำให้เคือง เพราะเงินทั้งหมดอยู่ที่อิช้านนะค้า!! 555)
อาจารย์ก็น่ารักทั้งนั้น เรียกว่าเรียนมาสี่ปีเจออาจารย์ที่แย่ๆ ไร้เหตุผลนับคนได้ ยิ่งเรียนยิ่งสนุก โดยเฉพาะปีสี่เทอมสองนี่สุดยอด อย่างที่บ่นบลอคแตกไปหลายรอบ
ตอนนี้ยังไม่รู้จะเขียนถึงอะไรบ้างค่ะ แต่ในใจมันตื้อตันไปหมดเมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตนักศึกษา มันมีเยอะจริงๆ นะคะ
เรื่องที่ประทับใจ เรื่องที่หัวเราะ เรื่องที่ร้องไห้
รวมกันอยู่ในเวลาสี่ปีในรั้วของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แดนโดมแห่งลูกพ่อปรีดี
จากนี้คงคิดถึงที่นี่มาก แต่ฟูจังก็เชื่อว่าความทรงจำทั้งหลายที่มีร่วมกับอาจารย์และเพื่อนๆ จะทำให้ฟูจังยิ้มได้ เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีทั้งความรัก ความผูกพัน และสิ่งอันมีความหมายที่จะหล่อเลี้ยงจิตใจของฟูจังไปอีกนานเท่านาน
ลงท้ายเอนทรีนี้ด้วยเพลงประจำมหาวิทยาลัย เพลงพระราชนิพนธ์ "ยูงทอง" ซึ่งฟูจังตกหลุมรักตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรกค่ะ เลือกคลิปนี้มาเพราะว่ามีรูปในมหาวิทยาลัยหลายมุมดีเน้อ ^^
แล้วก็...
ไปเอาครุยมาแล้วด้วยค่ะ อิอิ อยากอวด ภูมิใจ ><
สีแสดเป็นสีประจำคณะของฟูจังค่ะ (แต่เหล่าเด็กสินสาดก็ชอบเถียงว่ามันคือสีส้มตะหาก อิอิ)
ส่วนรูปคนจะใส่นั้น เอาไว้ใกล้ซ้อมรับคงได้เห็นกันละ เตรียมใจล่วงหน้าแล้วกันนะค้า
*เพ้อ ๆ หน่อยนะคะเอนทรีนี้ หุหุ*
เจอกันเอนทรีหน้าเช่นเคยค่ะ~
edit @ 18 Mar 2008 02:04:27 by ฟูจัง~*
และขอให้อวยพรให้ คุณฟูจัง ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังไว้นะครับ(ขอให้ติดโท คณะที่เลือกไว้ด้วยนะครับ เพี้ยง)

ไม่เคยซึมซับท่าพระจันทร์เลย เด็กทุ่ง
#1 By กวีปิศาจ on 2008-03-18 01:52